อ่านเพิ่ม: คุยเรื่องเพศกับเด็กวัยรุ่น (12-15 ปี)

วิทยากร: หมอโอ๋ ผศ. พญ. จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน

เป้าหมายของการคุยเรื่องเพศกับเด็กวัยรุ่น12-15 ปี

การคุยเรื่องเพศกับวัยรุ่น12-15 ปี เป็นการคุยต่อยอดจากวัยพรีทีน  เพื่อลงรายละเอียดเกี่ยวกับร่างกาย ความสัมพันธ์ และการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น

เรื่องเพศที่ควรสอนเด็กวัยรุ่น 12-15 ปี

เนื้อหาเรื่องเพศที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กวัยนี้ ได้แก่

หัวข้อ: พัฒนาการร่างกาย จิตใจ สมอง (Human Development – H)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเด็กๆ ควรได้รู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์จะผลิตไข่ ส่วนผู้ชายวัยเจริญพันธุ์จะผลิตอสุจิ ซึ่งเมื่อผสมกับไข่แล้วจะปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนได้ เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์
เด็กในวัยนี้ควรเข้าใจด้วยว่า แต่ละคนมีขนาดอวัยวะ เช่นหน้าอกหรืออวัยวะเพศ ต่างกันไป โดยขนาดไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้งาน จึงไม่ควรเป็นกังวล
อัตลักษณ์ทางเพศเด็กควรได้รู้ว่า รสนิยมและอัตลักษณ์ทางเพศ (ความรู้สึกเป็นชาย หญิง หรืออื่นๆ) ที่แตกต่างกัน ไปจนถึงการไม่รู้สึกสนใจเรื่องเพศเลย ล้วนเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องปกปิด อับอาย นอกจากนี้รสนิยมก็สามารถเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลา
เข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นการได้รู้ว่า ฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่นส่งผลให้อารมณ์แปรปรวน และแทรกแซงการใช้เหตุผลได้ จะช่วยให้เด็กสังเกตและควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลได้ดีขึ้น

หัวข้อ: ความสัมพันธ์ (Relationship – R)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
อิทธิพลของเพื่อนเด็กควรได้รู้ว่า เพื่อนจะเข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจของตัวเองมากขึ้น แต่เด็กๆ เองสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ยืนยันสิ่งที่ชอบและไม่ชอบได้ โดยไม่เสียความสัมพันธ์นั้นไป
การมีความรักแบบหนุ่มสาวการมีความรัก การจีบ การถูกจีบ การอกหัก การออกเดต เป็นเรื่องธรรมชาติ และช่วยให้เกิดประสบการณ์และเติบโต เด็กๆ ควรได้รู้และรู้สึกว่า พ่อแม่ครูเป็นพื้นที่ปลอดภัย สามารถบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เมื่อมีความรักหรือรู้สึกดีกับใคร ความรักโรแมนติกเกิดขึ้นระหว่างเพศใดก็ได้ ผู้ใหญ่ควรสอนให้เด็กสังเกตและแยกแยะความรู้สึกที่แตกต่างระหว่าง ความสัมพันธ์แบบเพื่อนและแบบคนรัก ผ่านการตั้งคำถามให้เด็กพิจารณาหาคำตอบด้วยตนเอง ก็จะช่วยให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นได้
การออกเดตเด็กควรได้รู้ว่า ความสัมพันธ์แต่ละอย่างอาจพัฒนาไปได้แตกต่างกัน การชอบหรือตกหลุมรักใคร หรือออกเดตกับใครสักคน (คือการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เพื่อทำความรู้จักกัน) ไม่จำเป็นต้องจบที่การเป็นแฟนเสมอไป และใช่ว่าทุกความสัมพันธ์จะจบลงด้วยความสุขขณะที่การออกเดตเป็นเรื่องปกติ เด็กก็ควรตระหนักถึงความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและการมีเพศสัมพันธ์ วิธีป้องกันตนเอง การปฏิบัติตัว เช่น การประหยัดค่าใช้จ่าย และการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายร่วมกัน
การยินยอม (consent)เด็กควรรู้ว่า การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนนั้น ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงยินยอมและเห็นตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใกล้ จับมือ สัมผัส ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์ ล้วนต้องได้รับการอนุญาตจากอีกฝ่าย ไม่ใช่คิดเองเออเอง เด็กมีสิทธิปฏิเสธหรือยอมรับ และต้องเคารพความต้องการของผู้อื่นด้วย

หัวข้อ: ทักษะชีวิตที่สำคัญ (Personal Skills – P)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
การให้คุณค่าตนเองเด็กควรเข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ตัดสินคุณค่าในตัวพวกเขา ทุกคนมีคุณค่าในตัวอยู่แล้วโดยเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีรสนิยมทางเพศอย่างไร
การตัดสินใจเด็กควรตัดสินใจด้วยตัวเองเป็น รู้จักประเมินข้อดีข้อเสีย และรับผิดชอบสิ่งที่เกิดจากการตัดสินใจของตนเอง
การปฏิเสธ ต่อรองเมื่อเด็กกำลังจะก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้น เด็กจะต้องรู้ว่า ตนสามารถปฏิเสธได้หากไม่ต้องการทำอะไร โดยคำว่า “ไม่พร้อม” ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องยกเหตุผลอื่นมาอ้างเพื่อปฏิเสธ
การจัดการอารมณ์เพศเด็กควรว่าการมีอารมณ์เพศเป็นเรื่องปกติ และรู้วิธีจัดการกับอารมณ์ของตนเอง เช่น ช่วยตัวเองในพื้นที่ส่วนตัว มีเพศสัมพันธ์แบบที่ไม่มีการสอดใส่ (เช่น ช่วยตัวเองด้วยกัน หรือมีเพศสัมพันธ์ทางปาก) และมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ โดยเลือกวิธีป้องกันที่ปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการติดโรคและตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม 
การสื่อสารเด็กๆ ควรได้ฝึกการสื่อสารกับเพื่อนๆ คู่รัก และคนอื่นๆ อย่างตรงไปตรงมา โดยเทคนิค I Message หรือก็คือ บอกว่า “ฉัน” รู้สึกอย่างไร “ฉัน” ต้องการอะไร 
การขอความช่วยเหลือเด็กๆ ควรได้รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือกับใครได้บ้างในกรณีต่างๆ เช่น พ่อแม่ ครู องค์กรให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษา ปัจจุบัน พรบ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 เปิดโอกาสให้เด็กได้เข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์ได้โดยไม่ต้องผ่านผู้ปกครอง ทำให้เด็กเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

หัวข้อ: สุขภาวะทางเพศ (Sexual Health – S)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
การจัดการความสัมพันธ์เด็กควรเข้าใจว่า ความสัมพันธ์ไม่ต้องจบที่การมีเพศสัมพันธ์เสมอไป การแสดงออกถึงความรักมีหลายรูปแบบ และการมีเพศสัมพันธ์เป็นแค่ทางเลือกหนึ่งเท่านั้น เด็กๆ สามารถปฏิเสธการแสดงความรักใดๆ ก็ได้หากไม่พร้อม และเป็นเรื่องปกติ เมื่อถูกใครปฏิเสธก็จะต้องเคารพการตัดสินใจและความต้องการของคนคนนั้น
เข้าใจวิธีใช้อุปกรณ์ป้องกันเด็กๆ ควรรู้จักวิธีใช้อุปกรณ์ป้องกันโรงติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์อย่าง ถุงยางอนามัย ห่วงคุมกำเนิด การคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่น การใช้ยาเม็ด การฝังยาคุม ยาคุมแบบฉีด และแผ่นแปะคุมกำเนิด
การล่วงละเมิดทางเพศเด็กๆ ควรรู้ว่า เมื่อการสัมผัส หรือบังคับให้ใครตอบสนองทางเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะสอดใส่หรือไม่ นับว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ หากเด็กๆ ถูกล่วงละเมิดทางเพศควรปรึกษาผู้ใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
การปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์เด็กควรรู้ว่า การมีเพศสัมพันธ์ในเวลาที่ไม่พร้อม อาจนำมาสู่ปัญหาต่างๆ ได้เช่น คุณภาพความสัมพันธ์ที่ไม่ดี การตั้งครรภ์ไม่พร้อม และการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากไม่พร้อม เด็กควรปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์

หัวข้อ: สังคมและวัฒนธรรม (Society and Culture – C)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
มายาคติทางสังคมผู้ใหญ่ควรชี้ชวนให้เด็กได้สังเกตและวิเคราะห์ความเชื่อทางเพศผิดๆ ที่เห็นได้รอบตัว เช่น ผู้ชายต้องเข้มแข็ง ผู้หญิงต้องอ่อนหวาน ฯลฯ เด็กๆ ควรได้เห็นว่ามายาคติเหล่านี้ส่งผลต่อความคิดความเข้าใจและการใช้ชีวิตของตนและคนในสังคมอย่างไร ทั้งนี้ ผู้ใหญ่ควรทำให้เด็กมั่นใจว่า ไม่ว่าใครจะมีลักษณะ รสนิยมแบบใด ก็ล้วนมีคุณค่าและศักยภาพในตัวเองไม่ต่างกัน 
ข้อมูลที่ไม่จริงในโลกออนไลน์มายาคติทางสังคมมักถูกผลิตซ้ำผ่านทางสื่อ เด็กควรตระหนักได้ว่า ภาพต่างๆ ในสื่อได้ผ่านการคัดเลือก ตกแต่ง และบิดเบือนมาแล้วเพื่อให้ตรงกับความเชื่อที่สังคมมีอยู่ก่อนแล้ว เช่น ทำให้นางแบบ นายแบบ มีรูปร่างหน้าตาอย่างที่สังคมเชื่อว่า สวยหล่อ หรือภาพต่างๆ ในคลิปโป๊ ก็ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมดในเรื่องรูปลักษณ์ของมนุษย์ ความสัมพันธ์ หรือการร่วมเพศ เด็กๆ ควรรู้ด้วยว่า มีการสมอ้างและสวมชื่อเกิดขึ้นมากมายในโลกออนไลน์ รู้ว่าการนัดเจอคนแปลกหน้าในที่ลับตามีความเสี่ยง และรู้จักขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ เช่น ให้ผู้ใหญ่พาไปพบกับคู่นัดเดต หรือให้ข้อมูลคู่เดตและรายละเอียดนัดหมายแก่ผู้ใหญ่เอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

วิธีพูดคุยกับเด็กๆ วัยรุ่นตอนต้น

ผู้ใหญ่ควรตระหนักก่อนว่า มุมมองความเชื่อเรื่องเพศเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จึงไม่แปลกหากเด็กและผู้ใหญ่จะมีค่านิยมต่างกัน แต่เป้าหมายของการพูดคุยกับเด็กวัยรุ่นเรื่องเพศ คือ เพื่อทำความเข้าใจระบบคิดของพวกเขา ดังนั้นผู้ใหญ่จึงต้องเปิดใจรับฟังทัศนคติที่แตกต่าง และพยายามตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆ ว่า ค่านิยมที่ตนยึดถือเป็นเรื่องสำคัญหรือจำเป็นจริงๆ หรือเปล่าในยุคสมัยนี้  

DOs and DONTs

✅ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง

✅ ตั้งคำถามกับความเชื่อของตนเองมากๆ 

❌ ปิดกั้นพัฒนาการของเด็ก ด้วยการยัดเยียดความเชื่อของผู้ใหญ่ให้ โดยไม่ให้เด็กคิดไตร่ตรองด้วยตนเอง


ดูข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับแนวคิดและเทคนิคการพูดคุยทำความเข้าใจเด็กๆ ได้ที่

เพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน
บทความ เรื่องเพศคุยกันได้ไม่น่าอาย สอนได้ ง่ายนิดเดียว https://inskru.com/idea/-MOVh6eFf9iiRZ9oTnpL 
บทความ เรื่องเพศ ต้องพูด : รวมไอเดียการสอนเรื่องเพศ https://inskru.com/idea/-M8JIF081VOc7Q8SdPKe 

หนังสือและสื่อการสอนเพศศึกษา

เว็บไซต์รวมข้อมูลเรื่องเพศสำหรับเด็กและผู้ใหญ่  https://www.คุยเรื่องเพศ.com/ 
เว็บไซต์รวมข้อมูลหลักสูตรและนวัตกรรมการสอนเพศศึกษา  https://teenpath.net/ 
เว็บไซต์รวมข้อมูลเรื่องเพศสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ (ภาษาอังกฤษ) https://sexogsamfund.dk/en/sex-body-gender 

ลิสต์หนังสือคู่มือการสอนเพศศึกษาสำหรับพ่อแม่

Sex Education for Parents คุยกับลูกเรื่องเพศศึกษา ให้เป็นวิชาที่ไม่ต้องรอครูสอน
คุยกับลูกเรื่องเพศ Sex education

ลิสต์หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น

เพศศึกษา : ชุดการ์ตูนความรู้ WhY? 
จะไม่ทนเงียบอีกต่อไป
วันที่ฉันไม่พูด Speak 
กระปู๋แมน

รีวิวหนังสือภาพต่างประเทศ สำหรับเด็กพรีทีนเกี่ยวกับเรื่องเพศรวมบทความรีวิว Children’s Books Out There เด็กข้างนอกนั้น เขาอ่านอะไรกัน: เรื่องเพศศึกษาและความหลากหลายทางเพศ 

แชร์ความเห็นกันหน่อย!