อ่านเพิ่ม: คุยเรื่องเพศกับเด็กวัยอนุบาลและวัยเรียน (3-8 ปี)

วิทยากร: หมอโอ๋ ผศ. พญ. จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน

เป้าหมายของการคุยเรื่องเพศกับเด็กวัย 3-8 ปี

เรื่องเพศไม่ต้องรอถึงวัยรุ่นค่อยสอน เพราะเด็กเริ่มซึบซับข้อมูลและค่านิยมต่างๆ ในเรื่องเพศไปแล้วตั้งแต่ในวัยอนุบาลและวัยเรียน ผู้ใหญ่ควรทำให้การพูดเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อให้เด็กเข้าใจว่า เขาสามารถพูดเรื่องนี้กับผู้ใหญ่ได้ โดยไม่ต้องปิดบังหรืออับอาย 

เด็กในวัยเป็นวัยสำรวจ อยากรู้อยากทดลอง ผู้ใหญ่จึงควรเปิดใจและเปิดโอกาสให้เด็กได้ตั้งคำถามและพูดคุยในเรื่องที่เด็กๆ อยากรู้อย่างอิสระ เป็นธรรมชาติ

เรื่องเพศที่ควรสอนเด็กวัย 3-8 ปี

เนื้อหาเรื่องเพศที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในวัย 3-8 ปี ได้แก่

หัวข้อ: พัฒนาการร่างกาย จิตใจ สมอง (Human Development – H)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
การเรียกชื่ออวัยวะเพศใช้คำเรียกอวัยวะเพศอย่าง จู๋ กับ จิ๋ม อย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม เหมือนกับที่เรียกอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย
ความแตกต่างทางสรีระร่างกายเข้าใจว่า มนุษย์แต่ละคนเกิดมามีลักษณะแตกต่างกันทั้งรูปร่าง สีตา สีผม สีผิว เพศ ฯลฯ แต่ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์เหมือนกัน ทุกคนควรได้ภาคภูมิใจในร่างกายของตัวเอง
การทำงานคร่าวๆ ของระบบสืบพันธุ์เข้าใจว่า เด็กเกิดมาได้อย่างไร มาอยู่กับครอบครัวได้อย่างไร ไข่ สเปิร์ม และการตั้งท้องคืออะไร
สำรวจร่างกายตัวเองเด็กในวัยนี้กำลังทำความรู้จักร่างกายของตัวเองผ่านการแตะ สัมผัส เป็นเรื่องปกติที่เด็กอาจชอบสัมผัสจุดที่ทำให้เขารู้สึกดีหรือสงสัยใคร่รู้ ผู้ใหญ่ไม่ควรมองเป็นเรื่องใหญ่หรือน่าอาย แต่ควรต้องสอนเด็กให้สำรวจตัวเองในที่ส่วนตัว และให้ความรู้เด็กเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายพวกเขากำลังเผชิญหรือกำลังจะเกิดขึ้น
อวัยวะเพศกับเพศวิถีเป็นคนละเรื่องกันเด็กควรเข้าใจว่า อวัยวะเพศไม่ได้และไม่ควรเป็นตัวกำหนดว่า คนคนนั้นจะต้องใช้ชีวิตแบบใดจึงจะมีความสุข คนเราอาจมีหนวดเครา แต่สวมชุดที่สังคมคุ้นเคยว่าเป็นชุดที่ผู้หญิงใส่ก็ได้

หัวข้อ: ความสัมพันธ์ (Relationship – R)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
แต่ละครอบครัวไม่เหมือนกันเด็กควรได้รู้ว่า ครอบครัวมีความหลากหลายเป็นเรื่องปกติ บางครอบครัวเป็นครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยว แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อสองคน แม่สองคน มีลูก ไม่มีลูก เด็กบางคนอยู่กับลุงป้าน้าอา บางคนอยู่กับปู่ย่าตายาย บางคนอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม ฯลฯ ความเข้าใจนี้จะเป็นพื้นฐานให้เด็กเข้าใจความแตกต่างหลากหลายของคนในสังคม
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดเข้าใจความสัมพันธ์ที่เขยิบออกไปจากครอบครัว ได้แก่ มิตรภาพ ความเป็นเพื่อน เด็กๆ ควรได้เรียนรู้การปฏิบัติตัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เช่น การให้ การรับ และสามารถมีเพื่อนที่หลกหลาย โดยไม่จำกัดเพศ อายุ หรือสถานภาพใดๆ 
การแสดงออกถึงความสัมพันธ์แบบต่างๆเข้าใจการแสดงออกถึงความรักที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรม และแต่ละรูปแบบความสัมพันธ์ เพื่อให้เด็กๆ วางตัวกับผู้อื่นได้เหมาะสมกับความสัมพันธ์ระหว่างตนและคนคนนั้น 
ความสัมพันธ์มีรูปแบบที่หลากหลายควรแสดงให้เด็กเห็นว่า ความสัมพันธ์แบบครอบครัวและเพื่อน แตกต่างจากความสัมพันธ์แบบคนรัก และความสัมพันธ์แบบคนรักนั้น ไม่จำเป็นต้องพัฒนาไปสู่การผูกมัดตนเองกับคนเพียงคนเดียว หรือการแต่งงานกัน ความสัมพันธ์มีรูปแบบได้หลากหลาย 

หัวข้อ: ทักษะชีวิตที่สำคัญ (Personal Skills – P)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
เข้าใจสิทธิในร่างกายตนเองเด็กๆ ควรได้รู้ว่า ตัวเองชอบ ไม่ชอบอะไร สามารถแสดงความรู้สึกของตนเองออกมาได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่า ผู้อื่นไม่มีสิทธิมาละเมิดร่างกายของตนได้ และตัวเองก็ไม่มีสิทธิไปละเมิดร่างกายของผู้อื่นเช่นกัน ในเบื้องต้น ผู้ใหญ่ควรแสดงให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่าง โดย- ไม่บังคับเด็กให้กอดหรือหอมใครที่ลูกไม่รู้สึกสนิทใจด้วย – ขออนุญาตเด็กก่อน เวลาจะกอดหรือหอมเด็กการฝืนใจเด็กด้วยการสั่งให้เขาใกล้ชิดคนอื่นๆ หรือปรับเปลี่ยนร่างกายตนเองตามใจผู้ใหญ่ ไปจนถึงการลงมือกระทำการใดๆ กับร่างกายเด็กโดยที่เด็กไม่สมัครใจ จะทำให้เด็กสับสนได้ว่า ตัวเองมีสิทธิในร่างกายของตนหรือร่างกายผู้อื่นหรือไม่ อย่างไร
การปกป้องตนเองหลักการปกป้องตนเองมีสามวิธีหลัก ได้แก่ ไม่ – เมื่อเด็กไม่ชอบหรืออึดอัดกับการปฏิบัติต่างๆ สามารถปฏิเสธได้ว่า ไม่ชอบ ไม่เอาไป – เด็กต้องอ่านสถานการณ์ออก เมื่อสถานการณ์เริ่มไม่น่าไว้ใจ ต้องรีบออกจากที่ตรงนั้นให้เร็วที่สุดบอก – เด็กต้องบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เมื่อเกิดการล่วงละเมิดขึ้น 
การให้คุณค่าลักษณะนิสัยสำคัญผู้ใหญ่ควรให้คุณค่าลักษณะนิสัยที่ช่วยให้เด็กมีสุขภาวะทางเพศที่ดี เช่น- การเคารพให้เกียรติกัน- การเคารพความแตกต่างหลากหลาย- ความกล้าหาญในการบอกสิ่งที่ต้องการและไม่ต้องการเด็กๆ เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จาก การแสดงออกของผู้ใหญ่ ไม่ใช่โดยวาจาอย่างเดียวดังนั้นผู้ใหญ่จึงต้องคอยสำรวจพฤติกรรมของตัวเองด้วย เช่น ระวังไม่พูดจาดูถูกเหยียดหยามเพศต่างๆ เป็นต้น
ทักษะการสื่อสารเด็กควรได้รับการปูพื้นฐานการสำรวจความคิดและความรู้สึกของตนเอง และการแสดงออกด้วยภาษา เพื่อให้สื่อสารความต้องการของตนออกมาได้อย่างชัดเจน
ทักษะการตัดสินใจเลือกให้เด็กได้หัดเลือกด้วยตนเอง และเรียนรู้จากการเลือกนั้นๆ เช่น การเลือกเสื้อผ้าที่อยากใส่ด้วยตนเอง 
ทักษะการขอความช่วยเหลือเด็กควรรู้ว่า สามารถเข้ามาขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ได้ ทำให้เด็กเติบโตไปมีสุขภาวะทางเพศที่ดีได้

หัวข้อ: สุขภาวะทางเพศ (Sexual Health – S)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
การดูแลร่างกายและอวัยวะเพศเด็กในวัยอนุบาลและวัยเรียนควรรู้วิธีรักษาความสะอาดร่างกายและอวัยวะเพศเบื้องต้น เช่น การเช็ดก้นจากหน้าไปหลังเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือการรูดอวัยวะเพศชายเพื่อทำความสะอาดให้หมดจด
สิทธิในพื้นที่ส่วนตัวพื้นที่ส่วนตัว หมายถึง จุดต่างๆ ในร่างกายไม่ว่าเพศไหนๆ ที่ไม่ควรให้ใครก็ได้มาจับต้อง ได้แก่ ปาก หน้าอก อวัยวะเพศ ก้น และอวัยวะส่วนใดก็ตามที่ไม่สะดวกใจให้ใครมาจับ
ระวังการล่วงละเมิดทางเพศเมื่อเกิดการล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว เด็กจะต้องรู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป เช่น แจ้งผู้ใหญ่ แม้จะถูกห้ามไม่ให้บอกใคร 
เข้าใจเรื่องการมีบุตรเด็กควรรู้ว่า เด็กเกิดมาได้อย่างไร ผู้ใหญ่อาจใช้หนังสือเด็กหรือแอนิเมชันประกอบเพื่อให้เด็กเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ไข่และสเปิร์มเจอกันได้อย่างไร เซลล์แบ่งตัวจนกลายเป็นเด็กได้อย่างไร และการตั้งครรภ์อาจจบลงด้วยการตัดสินใจตั้งครรภ์ต่อ หรือการยุติการตั้งครรภ์ก็ได้ และทั้งสองทางเลือกนี้เป็นทางเลือกเท่าๆ กัน เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน ไม่มีอะไรดีหรือเลวไปกว่ากันผู้ใหญ่ควรให้ความรู้เด็กด้วยว่า การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัยเป็นอย่างไร และจะนำมาสู่ผลลัพธ์ใดได้บ้าง เช่น ความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมการได้ยินคำศัพท์เหล่านี้เตรียมไว้ จะทำให้เด็กเข้าใจเรื่องเพศได้ง่ายขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

หัวข้อ: สังคมและวัฒนธรรม (Society and Culture – C)

หัวข้อย่อยเนื้อหา
ความเท่าเทียมระหว่างเพศเรื่องสำคัญที่เด็กควรรู้ในยุคนี้คือ หญิงและชายแม้ร่างกายจะแตกต่างกัน แต่มีความสามารถและศักยภาพเท่าเทียมกัน เช่น- ผู้หญิงสามารถทำงานต่างๆ ที่สังคมเคยคิดว่าเป็นงานเฉพาะของผู้ชาย ได้ดีเหมือนกับผู้ชาย ขณะเดียวกันผู้ชายก็สามารถทำงานต่างๆ ที่สังคมเคยคิดว่าเป็นงานเฉพาะของผู้หญิง ได้ดีเหมือนกับผู้หญิง – เพศก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของคน ตามอย่างที่สังคมและวัฒนธรรมเคยกำหนดมาแต่เดิม เด็กควรรู้ว่า ผู้ชายและผู้หญิงอ่อนโยนและเข้มแข็งได้พอๆ กัน สนใจเรื่องเดียวกันได้ สนุกกับของเล่น กีฬา และกิจกรรมต่างๆ แบบเดียวกันได้ – บทบาทหน้าที่ในบ้านอย่างการทำงานบ้าน การทำครัว การซ่อมข้าวของเครื่องใช้ล้วนเป็นงานที่สมาชิกในบ้านทั้งชายและหญิงช่วยกันแบ่งเบาได้- อาชีพไม่ถูกผูกขาดเป็นของเพศใดเพศหนึ่ง ไม่ว่าจะอาชีพทหาร ตำรวจ พยาบาล ครู ฯลฯ การไม่กำหนดบทบาททางเพศให้เด็กๆ จะช่วยให้เด็กได้สำรวจความคิด ความรู้สึก ความสนใจ และทักษะของตัวเองได้โดยอิสระ และกล้าใฝ่ฝันที่จะเป็นและทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ
เคารพในความแตกต่างเมื่อเด็กได้สังเกตเห็นความแตกต่างหลากหลายของมนุษย์แล้ว เป็นเรื่องสำคัญที่เขาจะได้เรียนรู้ที่จะเคารพผู้ที่แตกต่างจากตนเอง ไม่ว่าคนผู้นั้นจะคิดหรือเชื่อในแบบเดียวกับเขาหรือไม่
ความหลากหลายในสื่อเด็กในยุคที่มีสื่อมากมายหลากหลาย ควรเข้าใจว่า สื่อบางประเภทอาจไม่เหมาะสมกับช่วงวัยของตนเอง และสื่อบางอย่างก็อาจให้ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องเพศได้ ผู้ใหญ่ควรสื่อสารกับเด็กในเรื่องนี้ และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีจำกัดการเข้าถึงสื่อบางประเภทของเด็กๆ หากเด็กบังเอิญพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่ไม่ควรรีบปิดกั้นตักเตือน แต่ควรให้เด็กได้พูดคุย วิเคราะห์ถึงเนื้อหานั้นว่าเหมาะสมกับเด็กเองหรือไม่ รวมถึงบอกความเห็นของผู้ใหญ่เองอย่างใจเย็น

ดูข้อมูลเพิ่มเติม
เกี่ยวกับแนวคิดและเทคนิคการพูดคุยทำความเข้าใจเด็กๆ ได้ที่

เพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน
บทความ เรื่องเพศคุยกันได้ไม่น่าอาย สอนได้ ง่ายนิดเดียว https://inskru.com/idea/-MOVh6eFf9iiRZ9oTnpL 
บทความ เรื่องเพศ ต้องพูด : รวมไอเดียการสอนเรื่องเพศ https://inskru.com/idea/-M8JIF081VOc7Q8SdPKe 

หนังสือและสื่อการสอนเพศศึกษา
ลิสต์หนังสือคู่มือการสอนเพศศึกษาสำหรับพ่อแม่

Sex Education for Parents คุยกับลูกเรื่องเพศศึกษา ให้เป็นวิชาที่ไม่ต้องรอครูสอน
คุยกับลูกเรื่องเพศ Sex education

รีวิวหนังสือภาพไทย-แปลไทย สำหรับเด็กวัยอนุบาลและวัยเรียนเกี่ยวกับเรื่องเพศ

บทความรีวิว 5 หนังสือสร้างภูมิคุ้มกัน สอนให้เด็กรู้จักปกป้องสิทธิ์เหนือร่างกาย
บทความรีวิว 4 หนังสือภาพสอนลูกเรียนรู้เกี่ยวกับเพศศึกษา และการปกป้องร่างกาย

ลิสต์หนังสือ

เพศศึกษาที่เราอยากรู้ (ฉบับการ์ตูน) 
เรื่องไม่ลับฉบับคุณหนู 
ปิงปิงไม่ยอม
ผีเสื้อของตั๋วตั่ว
ร่างกายของฉัน ฉันดูแลได้ my body my rules 

รีวิวหนังสือภาพต่างประเทศ สำหรับเด็กวัยอนุบาลและวัยเรียนเกี่ยวกับเรื่องเพศ

บทความรีวิว 5 หนังสือเด็กสอนเรื่อง “เพศ” แบบซอฟต์ๆ ช่วยตอบคำถามที่พ่อแม่ไม่กล้าพูด
รวมบทความรีวิว Children’s Books Out There เด็กข้างนอกนั้น เขาอ่านอะไรกัน: เรื่องเพศศึกษาและความหลากหลายทางเพศ 

แชร์ความเห็นกันหน่อย!