อ่านเพิ่ม: เล่นตามวัย พัฒนาทักษะไปด้วยกัน

รับชม คอร์ส Play to Progress บทที่ 3 ผู้อำนวยการเล่น ใครๆ ก็เป็นได้

Play Worker คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร

ผู้อำนวยความสะดวกในการเล่น (Play Worker) หรือ ผู้ดูแลการเล่นของเด็ก คือ ผู้สร้างโอกาสให้เด็กได้เล่นอย่างมีความสุข สนุกสนานปลอดภัย ส่งเสริมพัฒนาการตามวัย ให้กำลังใจ ชื่นชม สนับสนุนเชิงบวก จัดบรรยากาศการเล่นที่เด็กรู้สึกอิสระ ปลอดภัย วางใจ และผ่อนคลาย

ผู้อำนวยการเล่น กับเด็กๆ ที่​โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้

เป้าหมายของการเล่น

การเล่นช่วยพัฒนาพฤติกรรมและลักษณะนิสัยเชิงบวกได้หลายอย่าง ขอให้ผู้ใหญ่อ่านข้อความด้านล่าง และสังเกตการเล่นอิสระ การทำกิจกรรมครอบครัว และการเล่นด้วยกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ว่าเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวกเหล่านี้อย่างไรบ้าง 

การเล่นเสริมรากทั้งห้า

หากเปรียบเด็กเป็นต้นไม้ คุณลักษณะข้างต้นก็เหมือนดอกผลที่จะผลิงาม พร้อมนำไปใช้เพื่อการเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ผู้ใหญ่รอบตัวมีหน้าที่คอยหล่อเลี้ยงเด็กๆ ให้เติบโตหยั่งรากฐานในชีวิตแต่ละด้านได้อย่างมั่นคงสมบูรณ์ ผ่านการรับฟัง สังเกต และส่งเสริมการเล่นที่เปิดประสาทสัมผัสต่างๆ ของเด็กๆ ช่วยให้พวกเขาได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ

ผู้ใหญ่สามารถสร้างสรรค์การเล่นที่ช่วยเสริมรากฐานชีวิต หรือที่เรียกว่า “การทำราก” ให้เด็กๆ ได้ 5 รากหลักๆ  ได้แก่

รากที่ 1: Sameness (ความเหมือนกัน)

หมายถึง เด็กและผู้ใหญ่เล่นด้วยกัน เรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหา แสวงคำตอบไปด้วยกัน ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งสั่งสอนอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ปกครองควรทำสิ่งต่างๆ “ด้วยกัน” กับเด็กในชีวิตประจำวัน ทั้งการกิน การพูด การทำงานบ้าน และการเล่น ทำให้เด็ก

รากที่ 2: Belonging & Loyalty (ความเป็นเจ้าของและความมั่นคง)

หมายถึง การทำให้เด็กรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างแน่นอน ผู้ใหญ่จะทำให้เด็กรู้สึกอย่างนั้นได้ด้วยการไม่สร้างเงื่อนไขต่อรองว่า จะไม่รักหรือจะรักเด็กหากทำตัวอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น ทำแบบนี้ไม่รักนะ ถ้าดื้อไม่รัก ไม่เก็บของไม่รัก หยุดร้องไห้ ไม่หยุดไม่รัก 

ในทางกลับกัน ควรให้เด็กมีเป็นตัวของตัวเอง ได้เล่นตามจินตนาการและเล่นอิสระ ประกอบกับเสริมสร้างความมั่นคงในใจของเขาด้วยการรักษาสัญญา ให้เด็กมีส่วนร่วมด้วยการสร้างข้อตกลงร่วมกัน และให้เด็กได้มีพื้นที่เก็บข้าวของเครื่องใช้ของตัวเอง เช่น มีชั้นวางของ มุมส่วนตัว แก้วน้ำ ช้อนส้อม ตุ๊กตาตัวโปรดของตัวเอง ที่เขียนชื่อหรือทำสัญลักษณ์แทนตัวของเด็กเอาไว้เพื่อแสดงเป็นเจ้าของ

รากที่ 3: Significant (ความใส่ใจ ให้ความสำคัญ)

หมายถึง ทำให้เด็กรู้สึกว่า ตัวเขามีความหมาย สิ่งต่างๆ ที่เขาทำมีความสำคัญ ผู้ใหญ่ทำให้เด็กรู้สึกเช่นนี้ได้ก็ด้วยการรับรู้ว่าเขามีตัวตน ใส่ใจอารมณ์ความรู้สึกของเขา แสดงความใส่ใจด้วยการมองดูว่าเด็กกำลังทำอะไร และใช้เวลาอยู่กับเด็กๆ 100% กล่าวคือ หาเวลาคุณภาพด้วยกัน อย่างการเล่นอิสระร่วมกันทุกวัน วันละ 30 นาที ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือขณะกำลังอยู่กับเด็ก เวลาพูดคุยให้สบตากับเขา หากเด็กยังเล็ก ก็ให้ย่อตัวลงไปสบตาขณะพูดคุยกับเขาด้วย เวลาที่เด็กวิ่งเข้ามาขอให้ผู้ใหญ่ทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วผู้ใหญ่ไม่ใส่ใจ บอกให้เด็กรอไปเรื่อยๆ เด็กอาจเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้สำคัญจริงๆ แต่หากผู้ใหญ่สนใจฟังและช่วยเหลือเขาสักหน่อย เด็กก็จะรู้สึกมั่นใจ และกลับไปเล่นและใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างมั่นคง และจดจำปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ไปใช้กับผู้อื่น ทำให้เติบโตมารับฟังคนอื่นๆ อย่างตั้งใจเช่นกัน 

รากที่ 4 Love (ความรัก) 

หมายถึง ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย ผ่านการแสดงออกด้วยภาษารักที่นุ่มนวล  5 อย่าง ได้แก่ 

  • การบริการหรือทำให้ หมายถึง ทำให้จริงๆ ไม่บ่น ไม่ว่า หรือมีเงื่อนไขว่าทำให้แบบนี้แล้วต้องได้อะไรตอบแทน
  • คำพูดเชิงบวก เช่น บอกรัก ชื่นชม ขอบคุณ ให้กำลังใจ เด็กๆ จะซึมซับไปว่า นี่คือการกระทำของคนที่รักกันจริง
  • การสัมผัส เช่น จับมือ กอด ลูบหลัง นวดก่อนนอน ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายและผูกพัน
  • ให้ของขวัญที่มีคุณค่าทางใจ โดยไม่จำกัดเทศกาล เช่น ให้กำลังใจ ให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากสิ่งรอบตัว
  • ให้เวลาคุณภาพแก่เด็กได้พูดคุย ดูหนัง เล่นเกม กินของว่างนอกบ้านด้วยกัน โดยไม่ว่อกแว่กไปทำอย่างอื่น

รากที่ 5 Being know (ความไว้ใจ) 

เมื่อเด็กไว้ใจผู้ใหญ่ เด็กจะกล้าพูด กล้าเล่าเรื่องต่างๆ เพราะเขาเห็นผู้ใหญ่คนนั้นเป็นเหมือนที่ปรึกษา 

การสร้างความไว้วางใจต้องใช้เวลา ทำได้โดยสร้างพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ที่ผ่อนคลายให้แก่เด็ก ด้วยการรับฟัง ไม่ตัดสิน ให้เด็กได้ลองทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองผ่านการเล่นทุกๆ วัน เช่น ลองให้ปีน ลองให้ลงมือทำสิ่งใหม่ๆ แม้เด็กจะทำเลอะ ทำช้า ก็ต้องวางใจให้โอกาสเขาได้ลอง และคอยอยู่ข้าง ๆ สนันสนุนให้เด็กๆ ลงมือทำเสมอ 

ทั้งนี้ผู้ใหญ่และเด็กอาจสร้างข้อตกลงร่วมกันได้ ว่าสิ่งที่ทำจะต้องไม่เป็นอันตรายกับตัวเอง ไม่เป็นอันตรายกับผู้อื่น และไม่เป็นอันตรายกับบ้านด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับการเล่นอิสระและการเล่นกิจกรรมได้ที่

เพจ โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ 

ทฤษฏีเรื่องการ “ทำราก” อ้างอิงจาก

หนังสือ Hold On to Your Kids: Why Parents Need to Matter More Than Peers โดย  Gordon Neufeld และ Gabor Maté นักจิตวิทยาคลินิกเด็กชาวแคนาดา

หนังสือ Rest Play Grow: Making Sense of Preschoolers โดย Dr. Deborah MacNamara ที่ปรึกษาและนักการศึกษาในคลินิกเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว ชาวแคนาดา

แชร์ความเห็นกันหน่อย!