อ่านเพิ่ม: เล่นตามวัย พัฒนาทักษะไปด้วยกัน

รับชม คอร์ส Play to Progress บทที่ 2 เล่นตามวัย พัฒนาทักษะไปด้วยกัน

เด็กเริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่

การเล่นเริ่มได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ นอกจากการดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารให้ครบตามโภชนาการ การพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ การทำจิตใจให้ผ่อนคลายก็สำคัญมากต่อลูกในครรภ์ คุณแม่สามารถลูบท้อง สัมผัสกับลูกขณะที่ลูกดิ้น หายใจอย่างผ่อนคลาย อ่อนโยน สื่อถึงความรักที่มีความหมาย หรือหาหนังสือที่ชอบมาอ่านออกเสียง ฟังเพลงหลากหลาย ทั้งแบบที่คุณแม่ชอบและดนตรีผ่อนคลายช่วงหัวค่ำหรือก่อนนอน 

กิจกรรมชวนผ่อนคลายแบบนี้จะช่วยให้คุณแม่คลอดง่าย เด็กทารกที่เกิดมาก็จะเลี้ยงง่าย ยิ้มแย้ม แจ่มใส

เด็กแต่ละช่วงวัยเหมาะกับการเล่นแบบไหน

การเล่นแต่ละช่วงวัยของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน เด็กบางคนอาจยังไม่เล่นแบบที่เพื่อนวัยเดียวกันเล่น ไม่ได้หมายความว่าเขาช้ากว่าวัย ขอให้ผู้ปกครองสังเกต วางใจ ผ่อนคลายกับการเล่นของเด็กๆ โดยลดความคาดหวัง และพลังเชิงบวกแทน

0-1 ปี วัยทำความรู้จักโลกใบใหม่

ช่วงนี้เด็กกำลังทำความรู้จักโลกใบใหม่ การเล่นอย่างแรกสุดในวัยแรกเกิด คือ การมองตา มองหน้า การสัมผัส เด็กๆ ชอบยื่นมือมาจับ สัมผัส ผู้ปกครองเพียงยื่นหน้า ให้เด็กๆ ได้จับใบหน้า แก้ม จมูก จับมือ หรือสัมผัสเด็กๆ อย่างแผ่วเบาไปตามจังหวะที่เราฮัมเพลงก็ได้ เพื่อให้เด็กรู้เนื้อตัวว่านี่คือร่างกายของฉัน และนี่คือการเล่นด้วยกัน

ไม่กี่เดือนต่อมา เด็กจะ พลิกตัว ขอให้ผู้ปกครองเตรียมพื้นที่ให้เหมาะกับการคว่ำตัว ไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป และอุ้มเด็กพาไปเดินเล่นรับแสงแดดอุ่นๆ สายลม ฟังเสียงนก ดูใบไม้ไหว ดูโมบายล์มีเสียงกรุ๋งกริ๋ง 

เมื่อเข้าสู่ช่วงตั้งไข่ พร้อมเดิน ผู้ปกครองควรจัดพื้นที่ให้ปลอดภัย เรียบ ไม่ลื่น หรือมีระดับสะดุดได้ หรืออาจทำรถเข็นคันเล็ก (baby walker) หรือ กระแตเวียนหัดเดิน ให้เด็กๆ จับแล้วเกาะเดินไป 

ข้อควรระวัง: 

ไม่แนะนำให้ใช้รถหัดเดินที่เป็นเก้าอี้ล้อหมุนเพราะล้อหมุนฝึกเดินเร็วเกินไป เด็กถีบตัวจากพื้นหนึ่งครั้ง รถอาจไถลไปไกลถึงสามเมตร ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และยังเสี่ยงทำให้เด็กฝึกเดินผิดท่าเพราะเด็กมักต้องใช้ปลายเท้าจิกลงพื้นเวลาใช้รถแบบนี้ทรงตัวเดิน

2-3 ปี วัยรู้จักร่างกายตัวเอง 

เด็กวัยนี้ชอบ หยิบ จับ ตี ดึง ตบ ชิม เพราะกำลังฝึกใช้และประเมินพลังกล้ามเนื้อของตัวเองอยู่ ขอให้ผู้ใหญ่เตรียมพื้นที่ให้ปลอดภัย ลดการพูดคำว่า “หยุด อย่า ห้าม ไม่” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำความรู้จักร่างกายตัวเองให้มากที่สุด

นอกจากนี้ เด็ก 2-3 ปียังชอบ เลียนแบบผู้ใหญ่ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้านด้วยกัน เช็ดโต๊ะ การให้เด็กได้ทำสิ่งเหล่านี้ไปด้วยกัน เช่น เตรียมผ้าอีกผืนให้เด็กช่วยเช็ด จะทำให้เด็กและผู้ใหญ่ได้ปฏิสัมพันธ์ สร้างความผูกพันและการรับรู้ตัวเอง เด็กรับรู้ถึงความรัก ความเชื่อมั่นเชื่อใจที่ผู้ใหญ่มีให้ เด็กอาจจะยังทำความสะอาดได้ไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าพยายามแล้ว ผู้ใหญ่ควรชื่นชม ให้กำลังใจเด็กได้พยายามต่อไป

อีกสิ่งที่เด็กวัยนี้ชอบคือ การเล่นกับธรรมชาติ เช่น เล่นกองทราย เล่นบนสนามหญ้า ลานหินละเอียด ลำธารน้ำตื้น ๆ หรือเล่นน้ำ วิ่งตามผีเสื้อ ขอให้ผู้ปกครองลองสังเกตว่าเด็กชอบเล่นอะไร ในพื้นที่แบบไหน แล้วจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้เล่น สร้างบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบเพื่อให้เด็กจดจ่อกับการเล่นได้เต็มที่ 

วัยนี้เป็นวัยที่ เริ่มพูดและสะสมคำ เด็กวัยนี้จึงมักชอบให้ผู้ใหญ่เล่าเรื่อง เล่านิทานให้ฟัง เมื่อฟังแล้วก็จะมีคำศัพท์ใหม่ๆ มาพูดกับผู้ใหญ่ เมื่อเด็กพูด ขอให้ผู้ปกครองรับฟังไม่พูดแทรก สบตาเวลาที่เด็กเล่าหรือเดินมาหา รับฟังและมีส่วนร่วมกับการเล่นของเด็กๆ จะทำให้เด็กกล้าฝึกพูด แสดงออก และรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญจริงๆ

4 ปี วัยเรียนรู้กติกาและคลังคำ

วัยนี้เริ่มจดจำและบอกกติกาต่างๆ ได้ อยากมีส่วนร่วมเล่นกับพี่ๆ แต่ยังเล่นร่วมกันไม่เป็นนัก แบ่งปันไม่ได้ทั้งหมด  รอคอยไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำได้คือ อดทนคอย ค่อยๆ แนะนำให้เด็กรู้จักรอคอย อธิบายกติกาอย่างเป็นมิตร 

ผู้ใหญ่อาจชวนเด็กเล่นเกม โดยเริ่มจากเกมง่ายๆ ที่ผลัดกันเล่นสองคนได้ เมื่อเข้าใจกติกา ก็ค่อยขยายการเล่น เพิ่มจำนวนคนเล่น เพิ่มเวลา ความท้าทายขึ้นเรื่อยๆ เช่น ชวนเล่นสร้างเมือง เล่นซ่อนแอบ มุดกระโจม เล่นขายของ เล่นบทบาทสมมติกัน 2-3 คน แล้วค่อยปรับมาเล่นไล่จับ 4-5 คน

เด็กช่วงนี้พูดเก่งและกำลังสะสมคลังคำ สิ่งที่เขาพูดคือสิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบและอยากบอกกับผู้ปกครองจริงๆ ขอให้ผู้ใหญ่ตั้งใจรับฟัง และชวนให้เด็กฝึกบอกความต้องการของตนเอง รับรู้เมื่อเขาปฏิเสธ พร้อมสอบถามว่าต้องการอะไร เป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารด้วยความเข้าใจ

ผู้ใหญ่สามารถใช้กิจกรรมปรับพฤติกรรมเด็กให้สมดุลได้ด้วย เช่น เมื่อเด็กเล่นเยอะๆ ก่อนจะพัก ให้ชวนเด็กผ่อนแรงลง โดยชักชวนเด็กมาฟังนิทานก่อน แล้วจึงค่อยพาเข้านอน

5-6 ปี วัยใช้อุปกรณ์

เด็กวัยนี้ดูแลพึ่งพาตัวเองได้แล้ว ร่างกายประสานงานกันได้ดีขึ้น ชอบเล่นปีนป่าย เล่นบทบาทสมมุติ เล่าเรื่องได้เป็นเรื่องเป็นราว แยกเรื่องจริงกับจินตนาการได้ กล้าหาญและอยากรู้อยากเห็น อยากเล่น อยากลอง และมองการใช้อุปกรณ์เป็นเรื่องท้าทายน่าสนใจ 

ผู้ใหญ่สามารถชวนเด็กๆ  เล่นไปกับชีวิตประจำวันได้ เช่น เล่นทำอาหารด้วยกัน โดยให้ใช้มีดปลายมน หั่นผัก หรือนำหัวไชเท้าและแครอทมาปั๊มเป็นรูปทรงต่างๆ ให้เด็กได้รดน้ำต้นไม้ เล่นน้ำพร้อมกับขัดระเบียง หรืออาบน้ำไปเล่นฟองสบู่ไปด้วย การได้เล่นผ่านงานบ้านงานครัวทำให้เด็กสนุกกับการดูแลตัวเองและมีวินัย นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นวัยที่เข้าใจกติกาแล้ว ผู้ใหญ่ยังสามารถชวนเด็กหาข้อตกลงของบ้านร่วมกันสองสามข้อได้ด้วย เช่น เล่นแล้วเก็บของเข้าที่ โดยช่วยเด็กเก็บของไปด้วยกัน

7-12 ปี วัยรับผิดชอบต่อการเล่น 

วัยนี้เป็นวัยที่ต้องการมีตัวตน ร่างกาย กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ตัวสูงขึ้น ทรงตัวดีขึ้น เสียงดัง พูดชัด ชอบเล่นด้วยกัน และเข้าใจกติกามากขึ้น ทำข้อตกลงร่วมกันได้ ชอบท้าทาย แข่งขัน ชอบคิด ชอบออกแบบ ชอบอิสระ 

เด็กวัยนี้ต้องการรู้ว่ามีคนกำลังสนับสนุนเขาอยู่ ดังนั้นคำชื่นชม กำลังใจและพลังเชิงบวกจะส่งเสริมให้เขาขยายความกล้าไปทำเรื่องท้าทายขึ้นอีกได้ รู้สึกมั่นใจ และพัฒนาไปเป็นผู้นำที่ดี  

การเล่นยอดนิยมของเด็กวัยนี้ ก็เช่น การปีน ไต่ไม้ โหนบาร์ วิ่งเล่นในที่กว้างๆ ลื่นลงมาจากที่สูง พยายามทรงตัวอยู่บนไม้แบบเด็กคนอื่นๆ เนื่องจากเป็นวัยที่ชอบการแข่งขัน เด็กๆ จึงมักจะชอบเล่นเกมหรือทำกิจกรรมที่ต้องแข่งกับเด็กอีกหลายคน เช่น เล่นโดมิโน การ์ดเกม อูโน่ บอร์ดเกม หรือทำงานศิลปะ งานประดิษฐ์ที่ต้องประกอบชิ้นส่วนต่างๆ น่าท้าทาย 

ผู้ใหญ่อาจส่งเสริมด้วยการให้เด็กเรียนรู้ผ่านวัฒนธรรม เช่น การเย็บผ้า ทอผ้าที่เด็กๆ จะได้ออกแบบลวดลายและการทอเส้นเองผ่านกี่ทอผ้าจริงๆ หรือของจำลอง และชวนให้เด็กรับผิดชอบต่อการเล่นมากขึ้น เช่น เล่นแล้วเก็บ เล่นแล้วทำความสะอาดของเล่น และรักษาเวลา โดยบอกเด็กล่วงหน้าว่าใกล้หมดเวลาเล่นแล้ว เพื่อเด็กได้ปรับตัว ปรับใจ เตรียมทำสิ่งที่ต้องทำลำดับต่อไป 

แต่แม้จะมีกติกาแล้ว ก็ขอให้ผู้ปกครองยืดหยุ่นและรับฟังด้วย หากเด็กๆ ขอเล่นการ์ดให้จบตานี้ก่อน แล้วอยู่ในสถานการณ์ที่ยืดหยุ่นได้ ก็ขอให้รอเด็กเล่นให้จบตามที่ขอ เด็กๆ จะรับรู้ว่าผู้ใหญ่ใส่ใจความต้องการของเขา หากผู้ใหญ่ต้องการบ่มเพาะลักษณะนิสัยยืดหยุ่น ก็ควรยืดหยุ่นในเรื่องที่ทำได้ ให้เป็นแบบอย่างกับเด็กๆ ด้วย

การเล่นและทำกิจกรรมในช่วงวัยนี้ เป็นโอกาสที่ผู้ปกครองจะได้สะสมความไว้วางใจ ให้เด็กได้รับรู้ว่า ผู้ปกครองคือพื้นที่ปลอดภัย ที่จะอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าเขาจะพบเจออะไรหรือต้องการทำอะไรก็ตาม

13-18 ปี วัยทดลองและเรียนรู้จากของจริง

วัยรุ่นต้องการเวลา การรับฟัง ความเอาใจใส่ ความอบอุ่นที่จริงใจ ความเข้าใจและการยอมรับจากครอบครัว พวกเขาอยากทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีประโยชน์กับโลกใบนี้

ผู้ใหญ่สามารถแนะนำกิจกรรมที่เด็กจะได้บำเพ็ญประโยชน์และเปิดโอกาสให้เด็กได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้กำหนดสถานที่ที่อยากไปและสิ่งที่อยากทำ เช่น ถ้าเด็กอยากทำอาหารตามสูตรที่คิดค้นขึ้นมาเอง ผู้ใหญ่ก็ช่วยจัดหาวัตถุดิบและสอนวิธีใช้อุปกรณ์ได้ หรือถ้าเด็กอยากทำเก้าอี้ ผู้ใหญ่ก็ช่วยหาไม้ สอนการเลื่อยไม้ การใช้อุปกรณ์ การตอกตะปูได้ หรือหากตัวเองสอนไม่ได้ ก็ช่วยหาคนที่จะสอนเด็กๆ ได้มาแทน กิจกรรม DIY (Do It Yourself) เหล่านี้เป็นกิจกรรมที่เหมาะกับพัฒนาการเด็กวัยนี้มาก เพราะนอกจากจะตรงกับความอยากรู้อยากทดลองแล้ว เด็กยังจะได้มีทักษะใช้เครื่องมือที่ต่อยอดสู่การทำอะไรด้วยตัวเองได้มากขึ้น

การเล่นและทำกิจกรรมในช่วงวัยนี้ เป็นโอกาสที่ผู้ปกครองจะได้สะสมความไว้วางใจ ให้เด็กได้รับรู้ว่า ผู้ปกครองคือพื้นที่ปลอดภัย ที่จะอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าเขาจะพบเจออะไรหรือต้องการทำอะไรก็ตาม

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับการเล่นอิสระและการเล่นกิจกรรมได้ที่

เพจ โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ 

อ่านและดาวน์โหลด คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (dspm) ได้ที่ https://www.thaichilddevelopment.com/ebook/DSPM%2010.04.2562.pdf 

แชร์ความเห็นกันหน่อย!