อ่านเพิ่ม: เข้าใจการเติบโตของเด็กด้วยศิลปะด้านใน

ตอน: เข้าใจการเติบโตของเด็กด้วยศิลปะด้านใน
วิทยากร: แม่อุ้ย อภิสิรี จรัลชวนะเพท ผู้ก่อตั้งอนุบาลบ้านรัก

แนวคิดการถ่ายทอดความรู้ ตามทฤษฎีการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ

ทฤษฎีการศึกษาแบบวอลดอร์ฟเชื่อว่า ผู้สอนคือ ผู้ช่วยเด็กๆ ให้ได้เห็นความงามของโลก ควบคู่ไปกับความรู้และทักษะต่างๆดังนั้นจึงเน้นพัฒนาให้ผู้สอนเอง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู สังเกตเห็นและชื่นชมความงามของโลกได้ก่อน จึงค่อยถ่ายทอดสุนทรียะนั้นไปสู่เด็กอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมตามพัฒนาการของเด็ก และสภาพแวดล้อมที่เด็กได้พบเจอในชีวิตประจำวัน เช่น จัดแต่งบ้านให้สวยงาม อ่านกลอน ร้องเพลงที่มีเนื้อหาทำนองไพเราะ ทำอาหารอร่อยๆ ด้วยกัน เป็นต้น

กิจกรรมตามพัฒนาการของเด็ก ตามทฤษฎีการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ มีลักษณะหลักๆ ดังนี้

ช่วงวัยช่วงพัฒนาการหลัก ลักษณะกิจกรรม
0-7 ปี Willเน้นให้เด็กได้เล่นตามความสนใจและต่อยอดประสบการณ์ที่พานพบมา เช่น เล่นทำอาหาร กินอาหาร แต่งตัว เล่นบทบาทสมมติตามจินตนาการ โดยมีผู้ใหญ่สนับสนุนให้เขาได้ลองทำตามอย่างที่ผู้ใหญ่ทำ และตามที่เขาต้องการให้สำเร็จ 
7-14 ปี Feelเน้นให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการสังเกต รับรู้ แสดงออก และจัดการอารมณ์ความรู้สึกหลากหลายของตนเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ในแง่บวกหรือแง่ลบ เช่น ความรู้สึกภาคภูมิใจ หรือความรู้สึกอิจฉา ผ่านกิจกรรมเช่น การวาดภาพ ระบายสี ร้องเพลง ร่ายรำ อ่านกลอน และเรื่องราวต่างๆ โดยมีเป้าหมายให้เด็กได้รับประสบการณ์ทางอารมณ์หลากรูปแบบและผ่านมันไปได้ด้วยดี หาสมดุลให้ตัวเองได้
14-21 ปีThinkเน้นให้เด็กได้ทำงานกับความคิด ได้ทำสิ่งต่างๆ และแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง เช่น มอบหมายโครงการบางอย่างให้เด็กทำ โดยมีผู้ใหญ่คอยเป็นที่ปรึกษา เวลาเด็กมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ด้วยตัวเอง

แนวคิดกิจกรรมเสริมการรับรู้ผ่าน 4 ผัสสะ ตามทฤษฎีการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ

ทฤษฎีการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ มองว่า มนุษย์เรียนรู้แง่งามในโลก ผ่านการรับรู้ด้วยผัสสะ 12 อย่าง (อ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ด้านล่าง) ด้วยกิจกรรมศิลปะและสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยผัสสะหรือสัมผัสที่สำคัญในวัยเด็กเล็ก มี 4 อย่าง ได้แก่

ผัสสะแนวกิจกรรม/การปฏิบัติต่อเด็กในชีวิตประจำวัน เพื่อการเห็นแง่งามของโลก
สัมผัสของการโอบกอด (sense of touch) เด็กเล็กต้องการสัมผัสที่นุ่มนวล มีลักษณะโอบอุ้ม ได้รับการดูแลเติมเต็ม จึงจะเกิดความเชื่อใจในผู้ใหญ่และโลกรอบตัว
สัมผัสแห่งชีวิต (sense of life) ผู้ใหญ่ผู้ดูแลเด็กควรสังเกตการใช้ชีวิตของเด็ก เช่น การกิน การขับถ่าย การเล่น การนอนหลับ ไปจนถึง อาการแพ้ต่างๆ เพราะวิธีการใช้ชีวิตส่งผลโดยตรงกับการรับรู้โลกรอบตัวหากเด็กมีปัญหาด้านการกิน การเล่น เช่น กินน้อย ไม่กล้าเล่นกับเพื่อน ก็จะมีปัญหาด้านการขับถ่าย ท้องผูก หลับไม่สนิท ซึ่งจะเข้ามาขัดจังหวะการเรียนรู้ของเด็ก 
สัมผัสของการเคลื่อนไหว (sense of movement) จัดพื้นที่ปลอดภัยให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวของเด็กแต่ละวัย ตั้งแต่เด็กเริ่มพลิกตัว คลาน เดิน วิ่งเล่น
สัมผัสของความสมดุล (sense of balance) จัดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้ทดลอง ฝึกฝนการทรงตัวให้มั่นคง ทั้งเดิน ยืน นั่ง นอน รวมถึงจัดตารางกิจวัตรประจำวันที่สมดุลกัน ระหว่างการทำกิจกรรมและการพักผ่อน ก่อนที่เด็กจะได้เรียนรู้ความสมดุลในระดับเป็นนามธรรมขึ้นไป เช่น ความสมดุลทางอารมณ์
ภาพกิจกรรมยามเช้าของอนุบาลบ้านรัก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับศิลปะด้านใน ได้ที่
เพจ https://web.facebook.com/InnerArttoAesthetics
บทความ https://www.the101.world/power-of-inner-art/ 

เกี่ยวกับแนวคิดการเรียนรู้ผ่าน 12 ผัสสะตามการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ ได้ที่
เว็บไซต์ https://earthschooling.info/thebearthinstitute/ipad-fish-and-waldorf/ 
เว็บไซต์ https://thesteinerconnection.com/2022/07/21/the-12-senses/ 

แชร์ความเห็นกันหน่อย!