อ่านเพิ่ม: สีสันล้วนเป็นธรรมชาติของเด็กเล็ก

ตอน: สีสันล้วนเป็นธรรมชาติของเด็กเล็ก
วิทยากร: ครูมอส อนุพันธ์ พฤกษ์พันธ์ขจี จิตรกรและนักระบายสีบำบัดมนุษยปรัชญา 

พัฒนาการทางศิลปะด้านการระบายสี (painting) ของเด็ก ตามทฤษฎีศิลปะด้านใน

กิจกรรมแนวศิลปะด้านในเน้น “การระบายสี” โดยใช้พู่กันที่มีหน้าตัดที่เหมาะสมกับเด็ก
หรือก็คือ การใช้สีเป็นแนวระนาบ หรือ patch โดยใช้หน้ากว้างของพู่กัน
ไม่ใช่ การลงสี (coloring) ซึ่งเป็นการใช้สีอยู่ในกรอบ โดยใช้ปลายพู่กัน 
นอกจากนี้ยังเน้นการใช้สีครบทั้ง “โครงรุ้ง” โดยเริ่มจากสีชมพู อรุณรุ่ง (magenta) ซึ่งทฤษฎีเสนอว่าเป็นสีแรกที่เด็กเห็นในครรภ์มารดา ไล่ไปยังสีที่อุ่นขึ้น และเย็นลง ไปจนถึงสีน้ำเงิน ม่วงอับแสง หรือพลบค่ำ

ศิลปะด้านใน มีลักษณะเด่นดังนี้

✔ นำความงดงามที่สังเกตเห็นในธรรมชาติ มาประกอบกับศิลปะหลายแขนง เช่น การระบายสี ดนตรี และวรรณกรรม จัดเป็นกิจกรรมพัฒนาตนเอง ที่ช่วยให้ใจสงบ เห็นความอ่อนโยนภายในใจ และพบจุดสมดุลระหว่างการคิดตัดสินใจและอารมณ์ความรู้สึก

✔ เน้นสังเกตธรรมชาติรอบตัว เช่น รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล จังหวะการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน สีสันของดอกไม้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ

✔ เน้นสังเกตความเปลี่ยนแปลงภายในใจ หลังจากได้ทำกิจกรรมศิลปะนั้นๆ

✔ เน้นให้ผู้เข้าร่วมได้ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการทางกาย ความสนใจ และความต้องการ ตามช่วงวัย

✔ เน้นการส่งผ่านสุนทรียศาสตร์ที่ผู้สอนมีแล้วในตัวเอง ไปสู่เด็ก

❌ ไม่เน้นการคิด การตั้งคำถามและตีความผลงาน เพราะอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล ฟุ้งซ่าน ซึ่งจะรบกวนกระบวนการสังเกตความงามรอบตัว

❌ ไม่ให้คะแนน หรือตัดสินคุณค่าของผลงานที่สร้างขึ้นมา 

❌ ไม่เน้นการบอกกล่าวให้ทำตามคำสั่งผู้สอน

การสร้างจังหวะเป็นหัวใจสำคัญ

จังหวะเป็นจุดเน้นของศิลปะภายใน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะของฤดูกาล การเคลื่อนไหวของร่างกายและสิ่งต่างๆ รอบตัว หรือการกำหนดช่วงเวลาทำสิ่งต่างๆ ระหว่างวัน ตั้งแต่ กินข้าว ไปโรงเรียน กลับจากโรงเรียน พักผ่อนหย่อนใจ ไปจนถึงเข้านอน การรับรู้จังหวะทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ ทำให้อารมณ์มั่นคง จิตใจสงบผ่อนคลาย

“มนุษยปรัชญา” คืออะไร

มนุษยปรัชญา มาจากคำว่า anthroposophy ซึ่งเป็นคำภาษาละติน ประกอบด้วยคำว่า Anthropo (มนุษย์) และ Sophia (ความรู้) มีความหมายรวมกันว่า “ความรู้แจ้งของมนุษย์” เป็นระบบความเชื่ออย่างหนึ่ง ที่มีรากฐานมาจากการผสมผสานหลักปรัชญาและความเชื่อทางศาสนาในหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน บางคนจึงมอง “มนุษยปรัชญา” ว่าเป็นหลักปรัชญา หรือเป็นศาสนา บ้างก็ตีความเชื่อมโยงบางประเด็นในมนุษยปรัชญาเข้ากับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โดยศาสตร์ที่มุ่งหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้แก่ปรากฏการณ์ทางจิตวิญญาณเช่นนี้ เรียกว่า สาขา วิทยาศาสตร์จิตวิญญาณ (Spiritual Science) 

แนวคิดต่างๆ ที่นำไปสู่จุดเริ่มต้นของสาขา มนุษยปรัชญา ปรากฏขึ้นราวช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนในที่สุด

นักปรัชญาการศึกษาในจักรวรรดิออสเตรีย ชื่อ ดร. รูดอล์ฟ สไตน์เนอร์ (Dr. Rudolf Steiner, 1861-1925) ได้จัดตั้ง สมาคมมนุษยปรัชญา (Anthorposophical Society) ขึ้นในปี 1913 และก่อตั้งโรงเรียนแนวมนุษยปรัชญา ชื่อว่า โรงเรียนวอลดอร์ฟ (Waldorf school) ขึ้นในปี 1919 

ในปัจจุบัน นอกจากศิลปะและการศึกษาแล้ว แนวคิดมนุษยปรัชญายังถูกนำมาประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์ (anthroposophic medicine) การเกษตร (biodynamic agriculture) และการบำบัด (anthroposophic therapy) ด้วย

“มนุษยปรัชญา” มีแนวคิดหลักคือ…

มนุษย์มีจิตวิญญาณ หรือธรรมชาติที่ต่างกันไป โดยแต่ละคนจะเข้าใจธรรมชาติของตัวเอง เข้าใจที่ทางของตนในโลกใบนี้ และใช้ชีวิตอย่างสมดุลได้ ก็ด้วยการสังเกตและรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในและภายนอกอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งจะทำให้เราซาบซึ้งในความงามภายในสิ่งต่างๆ รู้สึกเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมโลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะคน สัตว์ พืช หรือทั้งระบบนิเวศน์ และมีจิตใจเป็นผู้ให้และผู้เสียสละ

มนุษยปรัชญาเกี่ยวกับศิลปะด้านในอย่างไร

ดร. รูดอล์ฟ สไตน์เนอร์ ผู้บุกเบิกสาขาวิชามนุษยปรัชญา ก่อตั้งโรงเรียนแนวมนุษยปรัชญา ที่เรียกว่า โรงเรียนวอลดอร์ฟ ขึ้นในปี 1919 ณ เมืองสตุตการ์ต (Stuttgart) ประเทศเยอรมนี เพื่อสอนลูกหลานของคนงานในโรงงานทำบุหรี่วอลดอร์ฟ-แอสโทเรีย (Waldorf-Astoria Cigarette Company) ตามคำเชิญของเอมิล โมล์ท (Emil Molt) เจ้าของและผู้จัดการโรงงานในขณะนั้น ชื่อของโรงงานได้กลายมาเป็นชื่อของการศึกษาแบบสไตน์เนอร์ หรือแนวมนุษยปรัชญานับแต่นั้นมา 

ลักษณะของการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ผ่านการสังเกตและลงมือปฏิบัติจริง โดยมุ่งให้ผู้เรียนได้กลายเป็น  “คนโดยสมบูรณ์” ที่เห็นแง่งามของโลก รู้สึกผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีทักษะชีวิต สามารถอ่านเขียน หาข้อมูล คิดวิเคราะห์ วางแผน และลงมือปฏิบัติสิ่งต่างๆ ได้ด้วยเอง และเน้นให้ผู้เรียนมีจินตนาการในการแก้ปัญหาและรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ 

การศึกษาแบบวอลดอร์ฟไม่สนับสนุนการเรียนแบบท่องจำ การแข่งขัน และการตัดสินคุณค่าความสามารถผู้เรียนด้วยเกรด และไม่ใช่การศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียนได้ทักษะที่นำไปใช้สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่รัฐชาติ แต่เป็นการศึกษาที่

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับศิลปะด้านใน ได้ที่
เพจ https://web.facebook.com/InnerArttoAesthetics
บทความ https://www.the101.world/power-of-inner-art/ 

เกี่ยวกับมนุษยปรัชญาและรูดอล์ฟ สไตน์เนอร์ ได้ที่
วิกิพีเดีย https://en.wikipedia.org/wiki/Anthroposophy
วิกิพีเดีย https://en.wikipedia.org/wiki/Rudolf_Steiner
วิดีโอเลคเชอร์ https://www.youtube.com/watch?v=wJOD50YV8sk 
วิดีโอสารคดี https://www.youtube.com/watch?v=yIHyLdXo0TM 

เกี่ยวกับโรงเรียนวอลดอร์ฟ
วิดีโอสั้น Waldorf School Education https://www.youtube.com/watch?v=BkrgkslnD9g 
วิกิพีเดีย https://en.wikipedia.org/wiki/Waldorf_education

แชร์ความเห็นกันหน่อย!